กรุณารอสักครู่
อีเมล์
รหัสผ่าน
kkk
ลืมรหัสผ่าน    สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
 
BEDO ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดกิจกรรมฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ผลงานวิจัย สู่การใช้ประโยชน์ของชุมชน เรื่อง “ผึ้งชันโรง”

ชันโรง (Stingless bees) เป็นแมลงในกลุ่มเดียวกับผึ้งแต่ไม่มีเหล็กใน พบได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทย เป็นแมลงผสมเกสร (Insect pollinators) ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าไม้และระบบนิเวศเกษตร ในด้านการผสมเกสร ช่วยให้การติดเมล็ดพันธุ์พืชมีความสมบูรณ์ ผลผลิตมีคุณภาพ รูปทรงไม่บิดเบี้ยว เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตได้ และแมลงผสมเกสรยังเป็นตัวชี้วัดของการใช้สารเคมีฆ่าแมลงในพื้นที่ปลูก ถ้ามีการใช้สารเคมีทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น จำนวนแมลงผสมเกสรลดลง เกิดความสูญเสียสมดุลทางธรรมชาติ ผึ้งชันโรงนอกจากเป็นแมลงผสมเกสรที่ดีแล้ว ยังให้ผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์มากมาย เช่น น้ำผึ้งชันโรง ชันผึ้ง และเกสรผึ้ง จากการสัมภาษณ์ประสบการณ์ของผู้เพาะเลี้ยงผึ้งชันโรงและผู้สนใจทั่วไปที่ทานน้ำผึ้งชันโรงเป็นประจำทุกวัน พบว่าอาการปวดศีรษะ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากโรคความดันโลหิตสูงดีขึ้น บางท่านป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร ปวดท้องบ่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อดีขึ้น และในบางท่านมีอาการระคายคอ ได้มีโอกาสรับประทานน้ำผึ้งชันโรงตอนเช้า 1 ช้อนชา และตอนเย็นอีก 1 ช้อนชา สามารถช่วยบรรเทาอาการระคายคอ ทำให้ชุ่มคอและหายจากอาการไอ น้ำผึ้งชันโรงจึงมีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพอีกประเภทหนึ่งได้ ในประเทศไทยพบผึ้งชันโรงจำนวน 34 ชนิด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่พบ 11 ชนิด การกระจายตัวของแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของพืชอาหารและระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัย โครงการรวบรวมและอนุรักษ์พันธุ์ผึ้ง ในปีงบประมาณ 2561 โดยได้ทำการรวบรวมชนิดพันธุ์ผึ้งชันโรงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนสิงหาคม 2561 พบชันโรงทั้งหมด 11 ชนิด แต่ละชนิดพบอยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกันตามระดับความสูงจากน้ำทะเล และพบว่ามีผึ้งชันโรง 2 กลุ่มที่สามารถทำการเพาะเลี้ยงเชิงอุตสาหกรรมได้ดี คือ ผึ้งชันโรงกลุ่ม Tetragonula และกลุ่ม Lepidotrigona โดยผึ้งชันโรงกลุ่ม Tetragonula เป็นผึ้งชันโรงขนาดเล็ก สามารถเพาะเลี้ยงได้ทุกระดับความสูงของพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน และกลุ่ม Lepidotrigona เป็นผึ้งชันโรงปากแตร มีขนาดลำตัวใหญ่ขึ้นมากว่าผึ้งชันโรงกลุ่มแรก สามารถเพาะเลี้ยงได้เฉพาะพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลสูงกว่า 650 เมตร

จากผลการศึกษาวิจัยโครงการดังกล่าว สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ผลงานวิจัย สู่การใช้ประโยชน์ของชุมชน เรื่อง “ผึ้งชันโรง” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 - 15 มิถุนายน 2562 โดยมี นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ นายพงศ์ชัย ไชยพิเศษ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมการฝึกอบรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นักศึกษา และผู้ที่ให้ความสนใจ จำนวนกว่า 60 คน 

กิจกรรมฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ผลงานวิจัย สู่การใช้ประโยชน์ของชุมชน เรื่อง “ผึ้งชันโรง” ฝึกอบรมโดย รศ.ดร.จิราพร กุลสาริน และทีมวิทยากรจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยแบ่งการฝึกอบรมฯ ออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่ คือ 

1) ความสำคัญและการเพาะเลี้ยงผึ้งชันโรง เช่น ความสำคัญและประโยชน์ของผึ้งชันโรง เทคนิคการต่อรังจากโพรงไม้ในธรรมชาติ เทคนิคการผ่าแยกรังชันโรงและการเก็บน้ำผึ้งชันโรง สาธิตและฝึกปฏิบัติการต่อรังจากโพรงไม้ในธรรมชาติ การผ่าแยกรังชันโรงและเก็บน้ำผึ้งชันโรงจากรังเลี้ยง 

2) การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากชันโรง เช่น ความสำคัญและประโยชน์จากน้ำผึ้งชันโรง ความสำคัญและประโยชน์จากชันของผึ้งชันโรง สาธิตและฝึกปฏิบัติแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งและชันของชันโรง ซึ่งการเผยแพร่ความรู้นี้เป็นการนำองค์ความรู้จากงานศึกษาวิจัย กลับไปสู่การใช้ประโยชน์ของชุมชน และให้ชุมชนใช้ทรัพยากรชีวภาพชุมชนอย่างยั่งยืน

แหล่งที่มา : http://www.bedo.or.th/bedo/new-content.php?id=1417
©2015 All rights reserved.
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) Power by UKnow-CoE